BBBlog Page 32: สิ่งที่อยากพูด

posted on 28 Apr 2010 00:01 by bbblog
27 เม.ษ. 2553 02.43 น.


ก่อนที่ผมจะเขียนสิ่งๆนี้ให้ออกมาให้อ่านๆกันได้ ผมเองต้องพยายามทำใจให้มีอารณ์และความคิดที่จะเขียนมันพอสมควร 
จากสถาการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นรอบๆตัว นับวันมันจะยิ่งรุนแรงขึ้นทุกวันๆ 

ความเกลียดชัง

ความหวาดระแวง

ความเครียด

การไม่ให้เกรียติกัน

การแบ่งแยกในสังคม

สิ่งเหล่านี้นับวันยิ่งมีมากขึ้นกันในทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที ทุกวินาที ที่เรารับรู้สิ่งต่างๆเข้าไปตลอดเวลา
ทุกอย่างมันมีจุดเริ่มต้นจากไหน มาอย่างไร และจะไปสิ้นสุดที่ไหน
ไม่มีใครที่จะรู้อย่างแท้จริงเลยด้วยซ้ำ
แต่พอเมื่อถามคนใส่สีทั้งหลาย เราก็มักจะได้คำตอบแบบที่ฝั่งตัวเอง "เชื่อ" มากกว่าความจริงที่เป็นเรื่อง "จริงๆ" ซะด้วยซ้ำไป

หลากหลายเรื่องราวหลั่งไหลพรั่งพรูเข้าสู่ตัวเราจากหลายๆทาง ทั้งเรื่องจริงแท้ 100% ซึ่งหาได้ยากเต็มที เรื่องจริง 50% ซึ่งมีมากมายเหลือเกิน เรื่องจริง 0% ซึ่งก็มีเยอะไม่แพ้กัน
แต่น่าแปลกที่เรื่องราวเหล่านี้ทำให้คนรอบๆตัวเราถึงขั้นตัดสัมพันธ์เพื่อนฝูงรอบข้าง พี่น้องที่รู้จัก ลามปามไปถึงญาติพี่น้อง แฟน หรือแม้กระทั่งคนในครอบครัว คนใน "บ้าน" เดียวกันเองได้ทั้งๆที่เรื่องเหล่านี้มันไม่ได้เป็นเรื่องราวที่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะทำให้คนเราตัดสัมพันธ์กันได้

หลายคนตัดสัมพันธ์ผู้คนที่รู้จักกันนับสิบๆปีชนิดที่กอดคอกันคุยได้ เพียงเพราะ "อยู่คนละสี" 
หลายคนขับรถจี้ท้าย บีบแตรด่าเพียงเพราะมี "สัญลักษณ์" ของกลุ่ม "สี" ที่อยู่ "ตรงข้าม" กับตัวเองทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
หลายคนด่าทอกันทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน ไม่ได้ผิดใจกัน แต่เพียงเพราะ "อยู่คนละสี"
หลายคนทำอะไร "ที่ไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง" เพียงเพราะ "แกนนำสีของตัวเอง" สั่ง "ให้ทำ"

สังคมนี้มันเกิดอะไรกันขึ้น?
ทำไมถึงได้สับสนอลหม่านกันได้ขนาดนี้?
ทำไมหลายๆเรื่องที่ไม่น่าจะเกี่ยวกัน มันโยงถึงกันได้?
ทำไมกลุ่มบุคคลที่ทำผิดกฏหมายไม่ว่าจะกลุ่มอะไร สีไหน ถึงไม่โดนดำเนินคดีอะไรเลย? ทั้งๆที่เรารู้กันอยู่เต็มอกว่ากลุ่มไหนทำอะไร
ทำไมกลุ่มนักการเมืองถึงไม่ทำงานเพื่อประชาชนที่เลือกท่านมา แต่กลับทำงานเพื่อตัวเองและพวกพ้อง?
ทำไม สส. สว. ถึงได้ละทิ้งหน้าที่ของตัวเอง แต่กลับทำหน้าที่ให้พรรคพวกของตัวเอง?
ทำไมสื่อหลายๆสื่อถึงได้ละทิ้งหน้าที่ความเป็นสื่อที่ดี?
ทำไมประชาชนคนไทย "ละทิ้ง" หน้าที่ของพลเมืองที่ดี?

คุณธรรมศีลธรรม จริยธรรมของคนในสังคม
การมีสติกลั่นกรองเรื่องราวต่างๆ
การแยกแยะผิดชอบชั่วดี
สิ่งเหล่านี้หายไปไหนกันหมด?


วันนี้เรารู้ตัวกันหรือเปล่าว่าเรากำลังเป็น "เหยื่อ" ของกลุ่มผู้มีอำนาจของสังคม
วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่าประชาธิปไตยบ้านเรามัน "ไม่เต็มใบตั้งแต่ต้น"
วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่าเรากำลังอยู่ในเกม "แย่งชิงอำนาจ" ของผู้คนไม่ถึงร้อยคน แต่ทำให้คนเป็นล้านกำลังจะฆ่ากันตาย
วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่าช่องว่างระหว่าง "คนรวย" และ "คนจน" มันกว้างมากมาย
วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่าชาวนาขายข้าวได้ตันละห้าพันบาท ในขณะที่เราซื้อข้าวห้ากิโลกรัมกันถุงละเฉียดสองร้อย 
วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่านโยบายของภาครัฐมากมายในหลายๆรัฐบาลมันเข้าไม่ถึง "ประชาชน" ตัวจริง
วันนี้เรารู้กันหรือเปล่าว่าการ "คอร์รัปชั่น" มันมีกันในสังคมทุกระดับไม่เว้นแม้แต่ระดับประชาชน

และที่สะกิดใจผมคือ
วันนี้เราทุกคนรู้ตัวกันหรือเปล่าว่าจิตใจของเราเต็มไปด้วยความคิดที่จะใช้ "ความรุนแรง" มากกว่าความคิดที่จะใช้ "สันติวิธี" 
วันนี้เรารู้สึกสะใจที่คนที่มีความคิดทางการเมืองที่อยู่ตรงข้าม "นอนตายจมกองเลือด" โดยที่เค้ายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใคร "ฆ่า" เค้า แต่เราเองกลับพูดออกมาด้วยความสะใจและซ้ำเติมคนที่โดนใครไม่รู้ "ฆ่า" 
วันนี้เรารู้สึกหรือเปล่าว่าคนรอบๆตัวจิตใจ ความรู้สึกมันแข็งกระด้างขึ้นกว่าแต่ก่อน



ในช่วงเวลาห้าปีที่ผ่านมา มหกรรม "กีฬาสี" ที่เกิดขึ้นมาทำให้คนไทยด้วยกันเองเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้แล้วเชียวหรือ
สิ่งที่เกิดขึนวันนี้ เวลานี้ มันแปลว่าอะไรกัน?


วันนี้เองผมจะโดนถามก่อนที่จะคุยเรื่องการเมืองว่า "แกอยู่สีอะไร?" 
ผมมันจะตอบว่า "ไม่มีสีและไม่คิดจะมีสีด้วย"
ทำไมหรือ เหตุผลง่ายๆ ไม่มีสีไหน ที่พูด "ความจริง 100%"  แต่จะพูดความจริงเฉพาะ "ความจริงที่เข้าข้างตัวเองเท่านั้น" 
นี่คือเหตุผลที่ทำไมเราถึงได้ไม่ "เฉลียวใจ" ว่าสิ่งที่เราได้รับรู้ รับฟังมา มันจะเป็นเรื่อง "โกหก" หรือไม่ เพราะมันพูดความจริงที่เข้าข้างตัวเอง+การใส่สีตีไข่เพื่อให้สิ่งที่พูดมัน "สมบูรณ์" ขึ้น
ถ้าเรามองสถานการณ์ "ตั้งแต่ต้น" ด้วยความ "เป็นกลาง" เราจะรู้ได้ทันทีว่า "นักการเมือง" ส่วนใหญ่มันจะทำ "เพื่อตัวเอง" ทั้งนั้นไม่ว่าจะอยู่กลุ่มไหนและยังรวมถึงพวก "นักเคลื่อนไหว" ของม็อบแต่ละสีด้วย
แล้วทำไมเราจะต้องมาทำให้ตัวเอง "โดนหลอก" กันอีกหรอ?


ผมเข้าใจดีว่าหลายๆกลุ่มที่ร่วมกลุ่มที่กำลังชุมนุมในขณะนี้ แค่ต้องการในสิ่งที่ตัวเค้าเหล่านั้น "ต้องการ" เพราะเป็นความ "เดือดร้อน" ของเค้าเองทั้งนั้น แต่ภาครัฐกลับแก้ปัญหาได้ "ไม่ดีพอ" เลยทำให้หลายๆคนตัดสินใจเข้าร่วมการประท้วงได้โดยง่าย หลายๆเรื่องที่เป็นนโยบายของภาครัฐเองที่มีความผิดพลาด หรือไม่ทั่วถึงอย่างที่ภาครัฐ "อยากให้เป็น" นี่เป็นส่วนหนึ่งที่เสริมให้คนต่างจังหวัด ยอมถ่อสังขารมาร่วมประท้วงกับกลุ่มเสื้อแดง โดยที่ถูกทำให้คิดว่า เมื่อร่วมทำตามที่แกนนำเสื้อแดงบอกแล้วชิวิตคนเหล่านั้นจะ "ดีขึ้น" ทั้งๆที่หลายๆเรื่องไม่ได้เกี่ยวกันเลย แต่ก็ถูกทำให้ "เข้าใจ" ว่าเป็นแบบนั้น เช่นเรื่องราคาข้าวเป็นต้น มีชาวนาเป็นป้าแก่ๆคนหนึ่งมาร่วมชุมนุมเพียงเพราะเข้าใจว่าถ้ายุบสภาแล้วราคาข้าวจะดีขึ้น สิ่งดีๆที่เค้าเคยได้รับจะกลับคืนมา ทั้งๆที่มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรงเลยสำหรับ 2 เรื่องนี้ แต่อย่าลืมว่าสิ่งที่หลายๆคนได้รับเมื่อสมัยรัฐบาลทักษิณแล้ว ทำให้ชิวิตเค้ามีความเป็นอยู่ดีขึ้นมันหายไปในช่วงหลังๆ หลายๆเรื่องไม่มีการสานต่อ หลายๆเรื่องก็เงียหายไปเฉยๆ มันก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนเหล่านั้นจะมองข้ามสิ่งที่ทักษิณและพรรคพวกโกงกินไปและยังสนับสนุนกันอยู่ และอีกเรื่องคือหลายๆคนคาใจกับความผิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้าแต่กลับไม่มีการดำเนินคดีอย่างจริงจังแถมภาครัฐยังมาดำเนินการกับฝ่ายตรงข้ามของตัวอย่างรวดเร็วในทางกลับกันการดำเนินการกับอีกกลุ่มที่ถูกมองว่าสนับสนุนภาครัฐกลับล่าช้าและเงียบเชียบ สิ่งเหล่านี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำความคิดของผู้คนกลุ่มนี้เข้าไปอีก 


หลายๆคนก็ตั้งคำถามว่าแล้วเรื่องที่เกี่ยวกับการนำสถาบันมาเกี่ยวข้องละ พูดตรงๆนะครับ ผมเองก็ไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับกับสิ่งที่คนเหล่านั้นกระทำแน่นอน 100% และผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเค้าทำไปเพื่ออะไร เพื่อให้เกิดผลอะไร ทำแล้วจะได้อะไรขึ้นมา? มันไร้เหตุผลสิ้นดี และคนที่กระทำการอันเป็นการกระทำที่ "เลวทรามต่ำช้า" เล่านั้นต้องถูกดำเนินคดีโดยเด็ดขาดไม่ว่ามันจะเป็นใครก็ตาม  มันเป็นเรื่องที่ชัดเจนอยู่แล้ววามันเป็นสิ่งที่ "ไม่ควรจะเกิดขึ้น" ด้วยซ้ำไป


ผมยังเชื่อเสมอว่าสิ่งที่จะแก้ปัญหาที่เกิดจะ "ความอยุติธรรม" คือการใช้ "ความยุติธรรม" เข้ามาแก้ไขเยียวยา แต่วันนี้ ผมกลับมองไม่เห็นการแก้ปัญหาอะไรกันเลย เพราะต่างฝ่ายต่างช่วยกัน "สุม" ปัญหาให้รุนแรงกันยิ่งขึ้นๆไปอีก เมื่อฝ่ายหนึ่งกล่าวหา อีกฝ่ายก็จะโต้ตอบไปมาประหนึ่งการตีโต้บนโต๊ะปิงปองก็ไม่ปาน แล้วแบบนี้สิ่งที่หลายๆคนอยากให้เกิดสันติ ดูท่าจะยากเต็มที และยิ่งเสริมด้วยอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนที่เริ่มรู้สึก "เอือมระอา" กับสิ่งที่เกิดขึ้นและสนับสนุนการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยที่ไม่แคร์ว่าจะสูญเสียกันอีกเท่าไหร่ ผมเลยไม่แปลกใจเลยที่ความรุนแรงจะเกิดขึ้นกันแบบรายวัน การระเบิดเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้น การฆ่าแกงกันเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อต้องการ "กำจัด" ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง 

แล้วเราจะยินยอมและยอมรับกันเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้หรือเปล่า? 
ถ้ายินยอมและยอมรับ ผมก็คงจะไม่พูดอะไรไปอีก
แต่ถ้าไม่ยินยอมและยอมรับ ผมก็อยากให้เราแสดงออกแบบที่เราเป็นเพื่อเป็นการแสดงออกในแนวคิดของเราเอง 

ผมขอย้ำว่า เรากำลังตกอยู่ในเกมแย่งชิงอำนาจของผู้มีอำนาจแบบที่เราเอง "ไม่รู้ตัว" 
ถ้าเรายอมที่จะเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด

แต่ถ้าถึงวันที่ประเทศนี้นองเลือดและตามมาด้วยการล่มสลายละ "ผู้มีอำนาจ" เหล่านั้นจะยังช่วยเรามั๊ย?

น่าคิดนะครับ

อย่าทำให้ "พ่อ" ต้องทรงเหนื่อยอีกเลยครับ
อย่าทำให้ประเทศนี้ต้องมาล่มสลายเพราะความเห็นแก่ตัวของคนไม่กี่คน 
อย่าทำให้สิ่งที่เรามีในชิวิตต้องมาพังเพราะเราไม่ถูกกันในแนวคิดทางการเมือง
อย่าให้เกิดการนองเลือด การฆ่าแกงกัน เพียงเพราะเราแตกต่างกันทางความคิดกันอีกเลย เพราะที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ มันก็สูญเสียกันเกินพอแล้ว......
อย่าให้ประเทศนี้ต้องมาเหลือแค่ซากปรักหักพังกันเลยครับ


ขอบคุณที่ทนอ่านกันมาได้จนจบ ถ้าใครจะคิดอะไร คิดอย่างไร ก็แสดงความคิดเห็นกันได้ครับ แต่ถ้าสิ่งที่อ่านมามันไม่ถูกกับแนวคิดของคุณ ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะนั่นคือสิทธิ์ของคุณ

ขอย้ำอีกครั้งว่าผมไม่มีสีและไม่ต้องการสีด้วย กรุณาอย่าสาดสีให้ผมละกันครับ
สิ่งที่ผมนั่งพิมพ์ให้อ่านกันนี้ มันอาจจะดูงงๆไปบ้าง แต่จุดที่ผมต้องการให้เกิดคือ อยากให้ทุกคนได้ฉุกคิดกันบ้างว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นวันนี้ จริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เท่านั้นเอง 


นายบีบี
27 เม.ษ. 2553 04.04 น. 

Comment

Comment:

Tweet

http://www.facebook.com/profile.php?id=100000303756858&ref=profile#!/photo.php?pid=15201&id=100001032462035

>>> กินบนเรือน "อย่า"ขี้รดบนหลังคา.. สิคะ!! ทำอะไรลงไปแล้ว ถ้าคุณเป็นลูกผู้ชายพอ เมื่อรู้ว่าทำผิดก็ควรหาทางแก้ไข ไม่ใช่วิ่งหนีปัญหา แบบที่คุณกำลังทำอยู่ ยิ่งคุณรู้ว่าปัญหาที่คุณทำลงไป เป็นสิ่งที่พวกเราคนไทยส่วนใหญ่รับไม่ได้.. คุณยิ่งต้องรับผิดชอบกับปัญหานั้น แล้วแบบนี้คุณจะทำภาพยนตร์ออกมามีคุณภาพและแง่คิดดีๆ ได้หรือคะ?? ในเมื่อ "ภาพยนตร์ชีวิตจริง" ของคุณยังไม่น่าดู แล้วจะให้คิดอย่างไร กับภาพยนตร์ที่ถูกคุณปรุงแต่ง.. มันก็เปรียบได้กับการสร้างภาพ เพื่อให้คนอื่นๆหลงเชื่อ ซึ่งเป็นการกระทำของคนขลาดและเขลา ..เช่นเดียวกับบุคคลผู้ซึ่งคุณเอง นำมาเป็นแรงบันดาลใจในการหนีปัญหา ซึ่งตอนนี้ก็กำลังหนีปัญหาอยู่ แล้วใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาแทน ทำให้พ่อของคนไทยต้องเสียใจ.. สิ่งที่คุณทำ มันคือสิ่งที่แย่ที่สุดเท่าที่ "ลูกจะกระทำกับพ่อ" เพราะมันคือ ความอกตัญญูต่อพ่อของเรา และประเทศชาตินะคะ คุณณิชภูมิ ชัยอนันต์.. ว่าที่ผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรง

#1 By We love our "King" on 2010-04-28 02:33