BBBloG Page 14: ข้อคิดของผมต่อกรณีเขาพระวิหาร
posted on 24 Jul 2008 01:14 by bbblog
24 ก.ค. 2551 00.44 น.24 ก.ค. 2551 00.44 น.
วันนี้ได้ดูรายการตาสว่างมาครับ
ตาสว่างสมชื่อจริงๆในกรณีเขาพระวิหาร
รายการนี้ทำให้ผมคิดอะไรบางอย่างที่ดูน่าจะเป็นข้อเรียกร้องเล็กๆของคนธรรมดาๆคนหนึ่งที่อยากเห็นบ้านเมืองสงบซะที
1. นายกรัฐมนตรีต้องรีบที่จะแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างปรเทศให้เร็วที่สุด อย่ารอถึงวันที่ 28 ก.ค. นี้เลยครับเพราะตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปชนิดรายวัน ทางกัมพูชาเองก็เคลื่อนไหวไปถึง UN แล้วซึ่งจะบอกต่อว่าถ้าเค้าทำสำเร็จจะเกิดผลอะไรบ้าง
2. นักวิชาการจากทุกมหาวิทยาลัยต้องรวมตัวกันเป็นองค์กรเฉพาะกิจทำงานประสานกับคณะกรรมการมรดกโลกของไทย กระทรวงการต่างประเทศ รัฐบาลและทหาร เพื่อที่จะหาหนทางในการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกันเพราะผมเชื่อว่าตอนนี้ข้อมูลทางเราก็มีมากพอสมควร แต่ยังไม่ได้นำมารวบรวม วิเคราะห์ แล้วนำมาสรุปเป็นข้อมูลเดียวกันเพื่อใช้ในการอธิบายกับประเทศต่างๆ และคนไทยด้วยกันเองให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
3. รัฐบาลจะต้องมีท่าที่รุกมากกว่านี้ พยายามทำให้กัมพูชามีเสียงในการเรียกร้องน้อยลง โดยเฉพาะใน UN ซึ่งต้องทำอย่างเร่งด่วนเพราะอย่าลืมนะครับว่า 5 ชาติสมาชิกถาวรมีฝรั่งเศสผู้เขียนแผนที่เป็นผู้แทนถาวรในนั้นด้วยซึ่งถ้ากัพูชาเรียกร้องอะไรไป ฝรั่งเศสก็ต้องสนับสนุนแน่ๆ เพราะฉะนั้นเราต้องคุยกับ 4 ชาติที่เหลือเพื่อช่วยเหลือเราให้ได้
4. ทหารที่อยู่ตามแนวชายแดนต้องตรึงกำลังต่อไปแต่ต้องไม่มีเสียงปืนจากฝ่ายเราแม้แต่นัดเดียว เพราะถ้ามีความรุนแรงจากเราเพียงนิดเดียว กัมพูชาสามารถอ้างได้ว่าทางไทยรุกล้ำทางกัมพูชาและมีเจตนาที่ต้องการใช้กำลังทหาร ซึ่งทำให้ทางกัมพูชาอาจมีสิทธิ์ในการขอกองกำลังรักษาสันติภาพจาก UN ได้ทันที ซึ่งคงไม่ต้องบอกนะครับว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น แต่กล้ายืนยันได้ว่าเราเสียดินแดนมากกว่าที่คิดแน่นอน
5. ฝ่ายเคลื่อนไหวทางการเมืองต่างๆต้องหยุดเคลื่อนไหวทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ส่าจะด้วยวิธีการอะไรก็ตามเพราะไม่ต่างกับการที่เราไปสุมไฟให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นไปจากที่เป็นอยู่ การเคลื่อนไหวนี้อาจจะด้วยจุดประสงค์ใดๆก็ตามมันไม่ช่วยให้เราเอาปราสาทกลับคืนมาได้หรอก กลับจะทำให้เราสูญเสียดินแดนเพิ่มด้วยซ้ำ ถ้าทุกอย่างจบลงด้วยความรุนแรง ถึงวันนั้นใครจะออกมารับผิดชอบครับ
6. ต้องจัดการเรื่องปักปันเขตแดนให้จบเสียทีเพราะเรื่องนี้เองคาราคาซังมานานแล้วถึงเวลาที่จะมานั่งโต๊ะเจรจาสะสางกันได้แล้ว
7. ในระหว่างนั้นต้องหาทางทำให้เป็นจุดที่มีการบริหารร่วมในส่วนพื้นที่ทับซ้อนจะได้ไม่เสียโอกาสในการที่จะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน
สุดท้ายผมอยากให้ทุกอย่างจบลงด้วยการเจรจาในเชิงสันติวิธีครับ ความรุนแรงไม่ได้แก้ไขปัญหาไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม
ทุกฝ่ายต้องหยุดแล้วหันหน้าเข้าหากันเสียที
ทุกปัญหามีทางออกเสมอครับถ้าทุกคนหันหน้าเข้าหากัน
ผมเชื่อเช่นนั้น
นายบีบี
24 ก.ค. 2551 01.19 น.
ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย
ก็ไม่ทำกันหรอก พวกนี้
#1 By iDoi* on 2008-07-24 01:31